ประวัติสำนัก

 

เกี่ยวกับสำนัก


ปรัชญา

                    “เสริมศึกษา : มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อมวลชน”

วิสัยทัศน์
                    “เสริมศึกษามุ่งมั่นเสริมสร้างความรู้สู่สังคมด้วยมาตรฐานบริการระดับสากล”


             การบริหารสำนักตามวิสัยทัศน์ข้างต้นนั้นจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับแผนปฏิบัติราชการของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ 4 ปี (พ.ศ. 2548 – 2551) โดยบริหารงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารราชการและกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย โดยจะเน้นการบริหารจัดการสำนักให้เป็นสถาบันที่ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปแบบบูรณาการ ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความโดดเด่นทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มาตลอด   อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมามหาวิทยาลัยได้มีการจัดตั้งคณะต่างๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ   ดังนั้นหากมีการ
บูรณาการความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์เข้ากับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์สุขภาพ  อย่างเหมาะสมและเป็นระบบ และนำเสนอความรู้แบบองค์รวม ก็จะเป็นการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสมากยิ่งขึ้น        อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้สนใจการศึกษาและเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม เกิดแนวคิดในการเสาะแสวงหาความรู้เพิ่มเติมโดยอาศัยหลักการเรียนรู้ด้วยตนเองตามแนวทางการศึกษาตลอดชีวิต ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการความรู้เสริมแก่สาธารณชน ส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาทัศนคติ พัฒนาคนให้มีความรู้ คู่คุณธรรมและจริยธรรม อันเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากร และเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 2 ที่กล่าวถึงการพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ

พันธกิจ (Mission)
          1. สร้างโอกาสทางการศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยที่ประชาชนจะได้รับบริการการศึกษาที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ จากการ
บริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
          2. นำศักยภาพทางวิชาการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งทางด้านสังคมศาสตร์  มนุษยศาสตร์  วิทยาศาสตร ์ เทคโนโลยี  และ วิทยาศาสตร์สุขภาพ ในการให้บริการเสริมเพิ่มพูนความรู้
          3. เป็นศูนย์ประสานการบริการความรู้และวิทยาการ ให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความต้องการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยและสังคมโดยรวม

วัตถุประสงค์
          1. เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต
          2. เพื่อเสริมสร้างคุณภาพทรัพยากรมนุษย์
          3. เพื่อเพิ่มพูนความสามารถในการหารายได้ เพิ่มพูนประสิทธิภาพในการผลิต
          4. เพื่อสร้างจิตสำนึกในหน้าที่พลเมือง จริยธรรม และการธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณี

ค่านิยมหลัก
           จากการวิเคราะห์จุดแข็งของสำนักในปัจจุบันและการบรรลุวิสัยทัศน์ บุคลากรสำนักยึดค่านิยมหลักดังนี้


           “CLAP”

          1. C (Coordinating)   คือ การประสานงานที่ดี

          2. L (Loyalty)   คือ ความภักดีต่อองค์กร
          3. A (Acceptability)   คือ การยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
          4. P (Professional)   คือ เป็นผู้เชี่ยวชาญ(มีความรู้ความสามารถ


          1. การประสานงานที่ดี   หมายถึง การทำงานร่วมกันได้อย่างผสมผสานราบรื่นแนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกันมีจิตอาสาที่พร้อมจะช่วย
เหลือซึ่งกันและกันเพื่อความสำเร็จของงาน
          2. ความภักดีต่อองค์กร  หมายถึง บุคลากรมีความจงรักภักดีต่อองค์กรทำงานด้วยความทุ่มเทเสียสละเพื่อให้องค์กรมีความเจริญก้าวหน้า
          3. การยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน  หมายถึง  การที่สำนักเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความ
คิดเห็น
          4. เป็นผู้เชี่ยวชาญ  หมายถึง   บุคลากรมีความรู้ความสามารถในงานที่ตนได้รับมอบหมาย หรือที่รับผิดชอบอย่างถ่องแท้   และ
สามารถบริหารจัดการให้งานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด